|
ป.ปลาตากลมตัวป้อม
ที่นิยมเลี้ยงมากที่สุดได้แก่ สายพันธุ์ปลาทอง Gold Fish ซึ่งมีมาตราฐานการวัดระดับอยู่หลายประเภท
ทั้งเกรดของประเทศไทย ประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่นที่รู้จักกันในนาม
รันชู ซึ่งแต่ละมาตราฐานมีข้อแตกต่างกัน แต่เราจะไม่กล่าวใน
รายละเอียดในคราวนี้
คอลัมม์นี้
จะกล่าวถึงการเลี้ยงเจ้าปลาน่ารักนี้ให้ผู้อ่านได้เก็บเกล็ดความรู้ไปใข้เลี้ยงปลาท่านดู
เพราะผมเชื่อว่าคงมีหลายท่านที่เลี้ยงปลาทองและอาจจะมีบางท่านคิดจะเลี้ยงมัน
เพราะท่วงท่าลีลามันน่ารักเหลือพรรณนา
การเลี้ยงปลาทองนั้น หลายท่านอาจว่ายากผมก็ว่ายากแล้วกัน แต่เพื่อแลกกับความ
สวยงามน่ารักของมัน ถึงยากผมก็ยอม สิ่งที่เราควรดูแลในอันดับแรกของการเลี้ยงปลา
ไม่ใช่แค่ปลาทอง แต่รวมถึงทุกชนิดคือ
-
น้ำ ที่จะใช้เลี้ยง บางท่านคงเคยได้ยินได้อ่านหรือมีควมรู้มาบ้างแล้วว่า
น้ำที่จะ ใช้เลี้ยงปลาสวยงามต้อง ปราศจากคลอรีน เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
น้ำที่จะไม่มีคลอรีนมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ
1.
น้ำบาดาล ซึ่ง หายากในเมืองและบริเวณที่ประปาเข้าถึงแล้ว เพราะคงไม่มีใคร
เจาะน้ำบาดาลมาเพื่อเลี้ยงปลาแน่
2.
น้ำประปา ที่ผ่านการกำจัดคลอรีน ทั้งแบบใช้ยากำจัดคลอรีน หรือจะพักน้ำไว้เพื่อให้
คลอรีนระเหยไป โดยใข้เวลาประมาณ 1-2 วัน ถ้าเราสะดวกปัจจุบันมียากำจั
ด คลอรีนที่ขายอยู่ทั่วไป ราคาไม่แพงมากนักการใช้ก็ง่ายเพียงเติมลงในน้ำก่อนนำปลาลงแค่นี้ก็ได้น้ำปราศจากคลอรีนแล้ว
-
แสงแดด ไม่ควรให้ตู้ปลา บ่อปลา หรือภาชนะที่ท่านจะใช้เลี้ยงปลาโดนแสงแดด
มากนัก เพราะจะทำให้อุณภูมิน้ำในตู้ปลาสูงขึ้นซึ่งอาจมีผลก่อให้เกิดความเครียดในตัวปลา
แหม ! เหมือนคนเลยยิ่งร้อนยิ่งเครียด และที่สำคัญคือแสงแดดอาจทำให้เกิดตะไคร่น้ำได้ง่าย
-
ออกซิเจน หรือการให้อากาศ สำคัญมากสำหรับการเลี้ยงปลายิ่งถ้าเลี้ยง
จำนวนมากสักหน่อย ควรมีเป็นอย่างยิ่ง อาจมีคนตั้งคำถามว่าสำคัยตรงไหน
ออกซิเจน ของปลาก็เหมือนอากาศสำหรับคน หากปลาขาดออกซิเจนหรือได้รับในปริมาณน้อย
จะส่งผลโดยตรงถึงอัตราการเจริญเติบโต สุขภาพของปลาจะแย่ลง
รวมถึงอาจรุนแรงถึงตายได้ เหมือนคนขาดอากาศหายใจจะรู้สึกอ่อนเพลีย
และสิ้นใจลง
-
ขนาดของตู้ อาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่วันนี้ผมว่ามันไม่เล็กแล้วครับเพราะปลา
มันโตได้ และโตเร็วซะด้วย หากจำนวนปลามากเกินไปต่อขนาดตู้จะส่งผลถึงการเจริญเติบโต
และการเกิดโรคได้โดยเฉพาะเจ้าปลาน่ารักนี้ เพราะธรรมชาติของปลาจะมีการคายเมือกออกมา
และพิเศษเจ้าปลาทองคายเมือกมากกว่าปลาอื่น ๆ อีกทั้งยังกินเก่ง
และ ขับถ่ายก็ค่อนข้างเยอะ
กว่าปลาชนิดอื่นๆ อีกด้วยขอให้ท่านลองนึกภาพดูว่าถ้าในตู้ปลาของท่านเต็มไปด้วย
ขี้ปลาที่ไม่ใข่แค่เส้นดำๆ นะ มัน มีแบคทีเรียอยู้ด้วย ถ้ามากจะทำให้เกิดสารไนไตร
แอมโมเนีย
และโรคอื่น ๆ ก็จะตามมา เห็นมั้ยครับไม่ ใช่เรื่องเล็กแล้วสำหรับขนาดตู้
จำนวนที่เหมาะสมโดยประมาณ อยู่ที่ 4-6 ตัว ต่อตู้ 24"
มาถึงสิ่งที่หลายคนอยากรู้
การเลือกปลาผมจะกล่าวลักษณะเบื้องต้นที่ควรพิจารณา
เพราะถ้าจะคิดกันจริง ๆ ต้องแยกแต่ละสายพันธุ์ออกมาอีก (เรื่องยาว)
ซึ่งขอแนะนำผู้ที่สนใจปลาทองสายพันธุ์ไหนลองศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับ
ลักษณะพันธุ์นั้น โดยเฉพาะมาประกอบการเลือกปลาที่ผมจะแนะนำด้วยแล้วกันครับ
ลักษณะทั่วไป
-
หาง ของปลาควรจะทำมุมกับลำตัว 45 องศา แนะนำให้ดูปลาในน้ำนะครับ
ดูด้านหลังจะเห็นหางของมันเป็นรูปสามเหลี่ยมโดยเงา และตัว
ถ้ามองไม่ออกให้เล็งที่รูก้นของมันจะทำมุม 45 องศา ถือว่าสวยงามแต่ครวมพริ้ว
ใหญ่ของไบหางจะต้องดูแต่ ละสายพันธุ์ ครับ
-
วุ้น ขึ้นอยู่แต่ละสายพันธุ์เช่นกัน แต่ถ้าเป็นพันธุ์มีวุ้นควรมีลักษณะเป็นก้อนเกาะกันเป็นกลุ่ม
และ ไม่ควรบังส่วนของตาจน มองไม่เห็นลูกตาเลยนะครับ เพราะปลาอาจมีปัญญาหาในภายหน้าได้
- ลำตัว เกล็ดต้องเรียบติดผิวหนัง ส่วนโค้ง ของสันหลังต้องไม่มีรอยหักหรือบุ๋มแต่อย่างใด
ควร โค้งมนสวยเหมือนรถเต่า นิวบิทเทอร์
-
ครีบร่างเหงือกข้างแก้ม ครีมไม่ควรขาดแหว่ง เหงือกควรเรียบไม่โป่งพองออกมาเพราะอาจเป็นอาการเริ่มแรกของโรคเหงือกได้
แต่ควรดูรายละเอียดอีกที
บางทีอาจเป็นลักษณะของตัวปลานั้นที่แก้มไม่ป่องจึงเห็นสีของเหงือก
*
ลักษณะการว่าย เป็นปกติไม่กลับหัว ว่ายตะแคง หรือนอนนิ่งก้นตู้
เป็นอันเสร็จเรียบร้อย ได้ปลาทองสวย ๆ มาเลี้ยง แล้วไม่รู้ว่าท่านได้มาเลี้ยงแล้วหรือยังสรุปว่าได้มาแล้ว
มาถึงการดูแลมันบ้าง
ขั้นตอนการดูแลปลาทองค่อนข้างจุกจิก แต่ถ้าดูแลดี
มันก็ไม่ยากเท่าไร
1.
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ ขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของปลาในตู้และระบบกรอง
ทดลองโดยเลี้ยงปลาประมาณ 8 ตัวในตู้ 36" ประมาณ 1-2 สัปดาห์
เราควรดูดน้ำในตู้ออกประมาณ 40-50% ของปริมาณน้ำในตู้ และควรใช้ฟองน้ำลูบที่กระจกด้านในด้วย
เพราะว่าจะมีเมือกปลาติดอยู่ซึ่งอาจทำให้กระจกดูขุ่น หลังจากเปลี่ยนน้ำก็ควรเติมน้ำยากำจัดคลอรีน
(ในกรณีที่ใช้น้ำประปา) และใส่น้ำยาปรับสภาพน้ำใสตามเพื่อฆ่าเชื้อและจะทำให้น้ำใสขึ้น
2.
อาหาร ปลาทองกินได้ทั้งอาหารสดและอาหารเม็ด อาหารสดเช่น ลูกน้ำ
ลูกไร ไรทะเล และไส้ดือนน้ำ อาหารเม็ด ได้แก่อาหารโปรตีนทั่วไป
หรืออาหารเร่งสี เร่งโต แล้วแต่ผู้ผลิต
ในปกติให้อาหาร 2 มื้อ ในการณีเลี้ยงเพื่อความสวยงาม ลักษณะการใช้ควรมีปริมาณแค่พอปลากินหมด
ไม่ควรเหลือตกค้างลงก้นตู้ เพราะจะเน่าและทำให้น้ำเสีย เป็นสาเหตุที่จะต้องเปลี่ยนน้ำเร็วขึ้นนะครับ
โดยปกติอาหารเร่งโตอาจ ผสมสาหร่ายในปริมาณมากควรระมัดระวังอาจทำให้น้ำขุ่น
เน่าได้เร็วกว่าปกติ
3.
ออกซิเจน ควรให้อยู่ตลอดเวลาหรืออาจจะเบาลงได้บ้างในเวลากลางคืน
เพื่อผ่อนแรงปั๊มออกซิเจน หากมีต้นไม้น้ำบ้างในพันธุ์ที่เหมาะสมก็จะดีเพราะจะช่วยเพิ่มออกซิเจนในน้ำ
นี่คือทั้งหมดที่จะใช้ดูแล ปลาทอง และมีอีกส่วนหนึ่งที่อยากจะบอกก็คือ
การป้องกันและรักษาโรค
เป็นที่รู้กันว่าปลาพันธุ์นี้กินง่าน
ขี้เก่ง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะสายพันธุ์ และสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์มันนี่แหละที่สร้างปัญหา
ถ้าหากเราไม่ดูแลและเอาใจใสมัน
ตู้ปลาไม่ควรมีตะไคร่น้ำหนามากและไม่ควรมี
ขี้ปลาตกค้างมาก หรืออาจใช้ ตัวยาย่อยสลายแบคทีเรียช่วยได้
ในกรณีที่ไม่ค่อยได้เปลี่ยนน้ำ เพราะถ้ามีการสะสมของเสียมากก็อาจจะเกิดโรคได้ง่าย
ถ้ากำจัดและควบคุมแบคทีเรียได้ ก็จะช่วยลดการเกิดโรคได้
สิ่งสกปรกจากอาหารสด
ฝุ่นตะกอนไม่ควรมีมากเกินไป เพราะอาจทำให้ปากของปลาอ้าไม่สวย
และทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ตัวปลาได้ง่ายยิ่งขึ้น นำมาซึ่งโรคเหงือกและโรคอื่นๆ
หากเห็นน้ำมีความขุ่น
หรือปลามีอาการ เซื่องซึม ว่ายน้ำแปลกกว่าที่เคย ควรถ่านน้ำออกบ้างเพื่อลดปริมาณน้ำเสีย
สิ่งที่ควรสังเกตุนอกจากนี้คือการกินของปลา หากกินน้อยน้อยลง
และการถ่ายก็เช่นกัน หากน้อยลง ว่ามันสัมพันธ์กันหรือไม่หรือกินมากขี้น้อย
อาจเป็นโรคของระบบขับถ่ายได้
เมื่อปลาป่วย
สิ่งที่ควรทำเบื้องต้นคือการถ่ายน้ำ ล้างทำความสะอาดตู้แล้วใส่ยา
ใส่เกลือ พร้อมกับลดระดับน้ำลงเพื่อประหยัดยา และเพื่อให้น้ำมีอุณหภูมิสูงขึ้น
หรืออาจจะใช้
อุปกรณ์ทำความร้อนในน้ำเพิ่มได้ เมื่อมีอาการดีขึ้น จึงทำความสะอาดและใสยาซ้ำอีกครั้ง
พร้อมเกลือ เหมือนเดิม ทำซ้ำสัก 2-3 ครั้งให้หาย การดูแลรักษาที่กล่าวมาใข้กับปลาป่วยในระยะแรกเท่านั้น
ที่จะเห็นผลดีและเป็นไปตามที่กล่าว แต่หากปลาเป็นโรคมานานสักระยะหนึ่ง
ประมาณ 2 อาทิตย์ขึ้นไป หรือมองเห็นว่ามีอาการหนักมาก โอกาสที่จะหายและมีลักษณะดี
เหมือนเดินเป็นไปได้ยากมาก ดังนั้นควรป้องกันไม่ให้ ปลาเป็นโรคจะดีกว่า
สิ่งสำคัญที่สุดของการเลี้ยงปลา
โดยเฉพาะสายพันธุ์ปลาทอง คือการดูแลสภาพน้ำให้ดี
ไม่มีสารที่เป็นบ่อเกิดของโรค และควรใสใ จดูเจ้าปลาตัวสวยทุกวัน
อย่างน้อยก็มองมันว่ายโชว์ตัวสักเล็กน้อย เพื่อสังเกตุ ความผิกปกติ
ของมันนะครับ
เลี้ยงปลาพันธุ์นี้ไม่ยากเท่าไร
อยู่ที่ผู้เลี้ยงความมีความเข้าใจในพื้นฐานของปลาพันธุ์นี้
พร้อมการดูแลอย่างถูก ต้องแค่นี้ก็มีปลาน่ารัก กลมๆ ป้อมๆ
ตุ้ยนุ้ยๆ ให้เพลิดเพลินใน
บ้านท่านแล้วครับกระผม
ขอขอบคุณ PET - MAG
โดย มงกุฏ
|